ไม่เคยลืม! “กุนโดกัน” มอบเงิน 11 ลบ. ให้กลุ่มยุคเด็กไปสร้างสนามใหม่

อิลคาย กุนโดกัน กองกลางกลุ่มชาติเยอรมนีของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มอบเงินโบนัสที่ได้จากสังกัดเดิม กรณีการครองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลปัจจุบัน ให้กับชมรมในวัยเด็กที่รกราก

ตามข่าวระบุว่า จอมบุกวัย 30 ปี ได้มอบเงินให้กับ เฮสส์เลอร์ 06 ชมรมท้องถิ่นในเมืองเกลเซนเคียร์เชน จำนวน 300,000 ยูโร หรือกว่า 11 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างสนามฟุตบอลที่ใหม่ของกลุ่ม
สำหรับกุนโดกันเกิดและโตที่เยอรมนี โดยมีเชื้อสายตุรกีจากฝั่งคุณปู่ เริ่มเล่นฟุตบอลกับ เฮสส์เลอร์ 06 ตั้งแต่ 3-8 ขวบ ก่อนที่จะโดน ชาลเก้ 04 ดึงไปปั้น 1 ปี แล้วกลับมาอยู่กับ เฮสส์เลอร์ 06 ต่อจนถึงอายุ 14 ปีหลังจากนั้นเจ้าตัวได้ประเดิมเกมอาชีพครั้งแรกกับ โบคุ่ม แล้วจึงย้ายไปสร้างชื่อเสียง เนิร์นแบร์ก, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จนถึงมาอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปี 2016

โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมฟุตบอลจอมอหังการของ อาแอส โรม่า

โชเซ มูรินโญ กุนซือจอมอหังการของ อาแอส โรม่า บอกว่าความพ่ายแพ้ของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในนัดหมายชิงชนะเลิศ ค้างราบาว คัพ จัดว่าตนคว้ามาได้ครึ่งแชมป์

มูรินโญ เข้ามารับงานเป็นกุนซือ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในช่วงปลายปี 2019 แม้กระนั้นดำเนินงานได้เพียงแค่ 18 เดือนก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

กุนซือชาวโปรตุๆกีสถูกปลดเพียงแค่ไม่กี่วันก่อนใกล้จะถึงนัดหมายชิงชนะเลิศ ค้างราบาว คัพ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งสุดท้ายจบด้วยการที่ สเปอร์ส แพ้ไป 0-1

ล่าสุด มูรินโญ บอกว่า “ถ้าคุณอยากที่จะให้ผมแสดงความแน่ใจ ก็ทดลองถามมองสิว่าผมคว้ามาแล้วกี่แชมป์ตลอดอาชีพกุนซือ”

“ผมจะตอบคุณว่า ผมคว้ามาแล้ว 25 แชมป์ครึ่ง ครึ่งแชมป์ที่ว่าคือสำหรับนัดหมายชิงฯที่ผมพลาดกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไปนั่นแหละ”

ลาซิโอ คว้า “ซาร์รี” นั่งที่ปรึกษาคนใหม่

ลาซิโอ ได้กุนซือใหม่แล้วด้วยการดึง เมาริซิโอ ซาร์รี สมัยก่อนกุนซือของ ยูเวนตุส เข้ามารับตำแหน่ง พร้อมมอบสัญญายาว 2 ปี

ลาซิโอ เปิดตัว เมาริซิ ซาร์รี กุนซืคนใหม่ โดยมีการเซ็นสัญญาคุมทีมระยะเวลาสองปีกันไปเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

กุนซือวัย 62 ปีย้ายมาอยู่กับ ลาซิโอ ให้หลัง ซิโมเน อินซากี ออกมาจากตำแหน่งเพื่อไปรับงานคุม อินเตอร์ มิลาน ต่อจาก อันโตนิโอ คอนเต้

ซาร์รี ว่างงานมานับตั้งแต่โดน ยูเวนตุส ไล่ออกจากตำแหน่งในสิงหาคม 2020 จากที่ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในแชมเปียนส์ลีก

ก่อนหน้านั้น ซาร์รี ผ่านการคุมมาหลายสมาพันธ์ในลีกข้างล่างๆก่อนที่จะก้าวขึ้นมาสู่เซเรีย อาด้วยการพา เอ็มโปลี เลื่อนชั้นในปี 2014 แล้วก็ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นจนถึงนำมาซึ่งการทำให้เขาได้คุม นาโปลี

เขาพาให้ นาโปลี มีลุ้นแชมป์ลีกในช่วงฤดูกาลแรกที่คุมรวมทั้งหวุดหวิดจะได้แชมป์ในซีซั่น 2017-18 แต่โดน ยูเวนตุส เบียดคว้าแชมป์ไปเพียง 4 แต้มเพียงแค่นั้น

สุดท้าย ซาร์รี เก็บสิ่งของย้ายไปคุม เชลซี ในซัมเมอร์นั้นรวมทั้งพาทีมจบในอันดับ 3 ของตารางรวมถึงคว้าแชมป์ยูโรปาลีก

โค้ชชาวอิตาลีจบลงด้วยการย้ายกลับสู่อิตาลีเพื่อคุม “ม้าลาย” รวมทั้งคว้าแชมป์เซเรีย อา สำเร็จ รวมถึงเข้าชิงโคปาอิตาเลีย

5 ดาวรุ่ง” น่าจับตาดูในยูโร 2020 คราวนี้

ประเทศชั้นนำของยุโรปกำลังอยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมขั้นท้ายสุดก่อนที่ทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 11 เดือนมิถุนายน

นี่จะเป็นอีกหนึ่งการประลองที่แออัดไปด้วยผู้เล่นชื่อดังเยอะมากจากมากมายลีกทั่วทั้งทวีป และก็น่าเชื่อเลยว่าแต่ละคนต่างก็จะอุตสาหะกันอย่างมากเพื่อนำการบรรลุผลมาสู่ชาติของตน

เว้นเสียแต่เหล่าผู้เล่นระดับสตาร์แล้วหลังจากนั้นก็มักจะมีผู้เล่นดาวรุ่งจำนวนมากที่สร้างชื่อได้จากทัวร์นาเมนต์ระดับชาติเช่นนี้

ซึ่งในยูโร 2020 ที่กำลังจะมาถึง พวกเราก็เลยขอหยิบมาสัก 5 ชื่อให้นักอ่านได้คอยเฝ้ายลฝีเท้าของพวกเขากัน ว่าแต่ละคนถ้าจำต้องเจอแรงกกดดันทั้งจากคู่ต่อสู้และก็จากผู้เล่นซีเนียร์รอบข้างแล้ว พวกเขาจะเจิดแจ่มแจ้งกันได้สักเพียงแค่ไหนเชียว?

ฟิล โฟเดน
เช่นเคย อังกฤษ จะเริ่มการประลองในฐานะตัวเต็งได้แชมป์รายการนี้โดยที่ เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต มีตัวเลือกในแนวรุกให้เลือกใช้อย่างมากเพื่อหวังจะจบ 55 ปีที่การคอยการบรรลุผลในทัวร์นาเมนต์ใหญ่

ฟิล โฟเดน มีฤดูที่ไม่เลวเลยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาจะได้ติดต่อประสานงานกับผู้เล่นที่อยู่ในคลาสเดียวกันอย่าง เจดอน ซานโช และก็ เมสัน เมาต์ ในขณะที่มี แฮร์รี เคน รอคอยจบสกอร์ให้อยู่ด้านหน้าน่าจะช่วยยกฐานะฝีเท้าของเขาให้ดีขึ้นไปอีก

โฟเดน เคยได้รับรางวัลผู้เล่นดีเยี่ยมที่สุดของรายการฟุตบอลโลก U17 เมื่อ 4 ปีก่อนมาแล้ว และก็ในเวลานี้เขาก็กำลังจัดแจงสำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ทีแรกของตน ภายหลังสบโอกาสเดบิวต์ทีมชาติไปเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน

จอมบุกวัย 21 ปีทำได้ 2 ประตู จาก 6 นัดที่ลงเล่นในระดับโลก โดยทั้ง 2 ลูกเกิดขึ้นในเกมกับไอซ์แลนด์ เมื่อปลายปีที่แล้วที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ดีเยี่ยม


จามาล มูเซียลา
ดาวรุ่งของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นผู้แทนของทีมชาติอังกฤษในกลุ่มวัยต่างๆตลอดมา ก่อนที่จะเลือกย้ายไปเล่นให้กับเยอรมนีแทน ข้างหลังมีฤดูที่สดใสในบุนเดสลีกา

นักเตะวัย 18 ปีรายนี้เปลี่ยนเป็นผู้เล่นในลีกที่อายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้กับบาเยิร์น มิวนิค โดยยิงไป 7 ประตูจากทุกรายการและก็มีส่วนช่วยต้นสังกัดคุ้มครองป้องกันแชมป์เอาไว้ได้อีกปี

แข้งวัยทีนคนนี้มีพรสวรรค์ทางเทคนิคและก็ความคล่องตัวยอดเยี่ยม แถมยังสามารถลงเล่นในตำแหน่งที่มากมายอีกด้วย พวกเราไม่อาจคาดคะเนได้ว่า โยอาคิม เลิฟ จะใช้งานเขามากน้อยเท่าใด แต่เชื่อเถอะว่าทั้งโลกกำลังเฝ้ามองเขาอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย


เปดรี
สตาร์คนใหม่อีกรายที่เปิดตัวในระดับโลกเมื่อช่วงพักเบรกทีมชาติในมี.ค. เปดรี สร้างความมุ่งหวังไว้อย่างมากข้างหลังแจ้งกำเนิดได้อย่างสุดกำลังให้กับบาร์เซโลนา

นักเตะวัย 18 ปีรายนี้ย้ายมาจาก ลาส พัลมาส เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว โดยเขาสามารถก้าวเข้าสู่การเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของสมาคมที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้อย่างสบายๆแบบไม่น่าเชื่อ

เปดรี ไม่เพียงแค่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพอันเป็นอันมากของเขาเท่านั้น แต่ยังควบคุมเกมด้วยความนิ่งเกินตัวจำพวกที่ไม่ค่อยมองเห็นมากเท่าไรนักในผู้เล่นวัยเดียวกัน


ไรอัน กราเวนเบิร์ช
ฮอลแลนด์ เตรียมหวนคืนสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อฟุตบอลโลก 2014 พร้อมทั้งทีมที่แออัดไปด้วยผู้เล่นเลือดใหม่เยอะๆภายใต้การนำของ แฟรงค์ เดอ บัวร์

ไล่ไปตั้งแต่ มัทไธจ์ส เดอ ลิกต์, เฟรงกี เดอ ยอง และก็ปัจจุบันกับ ไรอัน กราเวนเบิร์ช แข้งดาวรุ่งจากอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่มักจะถูกชูไปเปรียบเทียบกับ พอล ป็อกบา อยู่เป็นประจำ ทั้งในทางของความแข็งแกร่งของร่างกายและก็ความสามารถสำหรับในการเล่นที่มากมาย

ดาวรุ่งที่ปีของเอเรดิวิซี ทำไป 3 ประตูและก็ 5 แอสซิสต์จากการลงเล่น 32 นัดในลีกชาวฮอลแลนด์ และก็ตกเป็นเป้าสายตาของหายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป


เดยันคูลูเซฟสกี
แข้งราคา 35 ล้านยูโรที่ย้ายมาจากอตาลันตาเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วเป็นเลิศเรื่องดีๆไม่กี่ประการจากฤดูที่น่าผิดหวังของยูเวนเหม็นตุส

ปีกตัวจี๊ดชาวประเทศสวีเดนมีดีกรีเป็นถึงดาวรุ่งดีเยี่ยมที่สุดของลีกเมื่อฤดูที่แล้วและก็ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นของตนไว้ได้โดยตลอดจนถึงมาถึงฤดูนี้ เขาทำได้ 7 ประตูจากทุกการประลอง โดยหนึ่งในนั้นเป็นการยิงใส่ทีมเก่าในรอบชิงแชมป์โคปขว้าง อิตาเลีย เสียด้วย

คูลูเซฟสกี เล่นได้มากมายตำแหน่งในเกมรุก ประกอบกับความขยันและก็เคล็ดลับสำหรับในการปั้นเกมที่ทำได้ทั้งการเปิดบอลอย่างแม่นยำไปจนกระทั่งการเลี้ยงหลบผู้เล่นแนวรับเสมอๆ

ไม่ธรรมดา! สื่อเผย “จอร์จิน่า” หวานใจ “โรนัลโด้” รับทรัพย์อื้อ

จอร์จิน่า โรดริเกวซ เมียสาวคนงามของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ศูนย์หน้าตัวเก่งของ “ม้าลาย” ยูเวนตุส สมาคมดังแห่งศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ถูก เดอะซัน สื่อจอมเปิดโปงของเกาะอังกฤษ เผยว่าคุณมีรายได้จากการโพสต์ภาพลงในโลกโซเชียลผ่านอินสตาเอ็งรม สูงถึง 29,587 ปอนด์ (ประมาณ 1.1 ล้านบาท) ต่อการโฆษณาสินค้า 1 ครั้ง


โดย อินสตาเอ็งรมของแฟนสาวยอดหน้าแข้งซุปตาร์ มียอดผู้ติดตามมากถึง 14.5 ล้านคน และนับว่าเป็นวิถีทางในการประชาสัมพันธ์ตัวสินค้าได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากทุกโพสต์จะมีคนรักๆมาแห่กดไลค์กันมากมาย

อย่างไรก็แล้วแต่มูลค่าดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นยังถือได้ว่ารอง ชากิร่า เมียสาวของ เคราร์ด ปิเก้ ปราการหลัง บาร์เซโลน่า และ วิคตอเรีย เมียของ เดวิด เบ็คแฮม สมัยก่อนนักเตะซูเปอร์สตาร์ แบบไม่เห็นฝุ่น


สำหรับ ม่าม้าวัย 25 ปี เกิดและโตที่ประเทศสเปน ซึ่งคุณเคยดำเนินงานด้านแฟชั่น ก่อนคบค้ากับหน้าแข้งดัง และมีลูกร่วมกัน 1 คนเมื่อปี 2016 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาชื่อว่า อลาน่า มาร์ติน่า นอกจากนี้คุณยังรับหน้าที่เป็นแม่เลี้ยงให้กับลูกๆอีก 3 คนของ ศูนย์หน้าหมายเลข 7 แห่งทัพฝอยทอง

OnThisDay 6 เดือนมิถุนายน 2015 : “เทรบ​เบิ้ลแชมป์” อีกครั้ง ของบาร์เซโลน่า

ฤดูกาล 2008/09 บาร์เซโลน่า ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างประวัติศาสตร์เป็นชมรมแรกของสเปน ที่คว้า 3 แชมป์หลักภายในฤดูกาลเดียวกัน ทั้งลาลีกา, โคปา เดล เรย์ แล้วก็ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

การคว้า 3 แชมป์ใหญ่ในซีซั่นเดียว ไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆแม้กระนั้นบาร์ซ่าก็สามารถทำ “เทรบเบิล” ได้เป็นครั้งที่ 2 ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ อดีตกาลนักฟุตบอลบาร์ซ่า ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทีมของเป๊ปนั่นเอง

ในช่วงฤดูกาล 2014/15 เอ็นริเก้ เข้ามาคุมทีมบาร์ซ่าเป็นฤดูกาลแรก แล้วก็ได้เสริมทัพศูนย์หน้ามีชื่ออย่างหลุยส์ ซัวเรซ เข้ามาผนึกกำลังเกมรุกกับเนย์มาร์ แล้วก็ลิโอเนล เมสซี่ ในนามของ 3 ผสานแผงหน้ารหัสลับ “MSN”
บาร์เซโลน่า กับซีซั่นแรกของเอ็นริเก้ ยืนยันคว้าชัยชนะลาลีกาก่อนลงเตะนัดหมายท้ายที่สุด แล้วหลังจากนั้นก็คว้าชัยชนะโคปา เดล เรย์ ด้วยเอาชนะแอธเลติก บิลเบา แล้วก็ยังมีลุ้นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกด้วย


6 มิถุนายน 2015 บาร์เซโลน่า ลงเล่นนัดหมายชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก เจอกับยูเวนตุๆส จากอิตาลี ที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ในกรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อหวังสร้างประวัติศาสตร์ “เทรบเบิลแชมป์” อีกครั้ง

อิวาน ราคิติช ยิงให้บาร์เซโลน่านำไปก่อนตั้งแต่ 4 นาทีแรก แม้กระนั้นในช่วงครึ่งหลัง อัลบาโร่ โมราต้า ตีเสมอให้ยูเวนตุๆส ก่อนที่ซัวเรซ จะยิงขึ้นนำให้บาร์ซ่าอีกครั้ง แล้วก็เนย์มาร์ ก็ทำประตูจบท้ายให้บาร์เซโลน่า เอาชนะยูเวนตุๆส 3 – 1
บาร์เซโลน่า คว้าชัยชนะยุโรปถ้วยใหญ่เป็นยุคที่ 5 แล้วก็เป็นการคว้า 3 แชมป์ใหญ่ เทียบเท่ากับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เมื่อ 6 ปีก่อน หน้านั้น สร้างประวัติศาสตร์เป็นชมรมแรกของทวีปยุโรป ที่คว้า “เทรบเบิลแชมป์” ได้ถึง 2 ครั้ง


แน่ๆว่า ผู้ที่มีส่วนสำคัญกับการบรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในช่วงฤดูกาล 2014/15 โน่นเป็น 3 แผงหน้า “MSN” ที่ทำประตูรวมกันถึง 122 ประตู รวมทุกรายการ (เมสซี่ 58 ประตู, ซัวเรซ 25 ประตู, เนย์มาร์ 39 ประตู)

ในช่วงฤดูกาลต่อมา (2015/16) 3 แนวรุก “MSN” ยังคงทำประตูถล่มทลายสม่ำเสมอ โดยยิงได้รวมกัน 131 ประตู พาทีมคุ้มครองปกป้องแชมป์ลาลีกา แล้วก็โคปาเดล เรย์ รวมถึงคว้าชัยชนะสแปนิช ซูเปอร์ คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ แล้วก็สมาคมสหพันธ์ฟุตบอลระหว่างชาติ คลับ เวิลด์ คัพอีกด้วย

ทีมชาติอังกฤษ : ข้อมูลทีม, รายชื่อนักเตะ ,ผู้ฝึกสอน

รายชื่อนักเตะทีมชาติอังกฤษ sagame

โค้ช :
– แกเร็ธ เซาธ์เกต

ผู้รักษาประตู :
– ดีน เฮนเดอร์สัน
– แซม จอห์นสตัน
– จอร์แดน พิคฟอร์ด

กองหลัง :
– เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์
– เบน ชิลเวลล์
– คอเนอร์ เคาดี้
– รีซ เจมส์
– แฮร์รี่ แม็กไกวร์
– ไทโรน มิงก์ส
– ลุค ชอว์
– จอห์น สโตนส์
– คีแรน ทริปเปียร์

– ไคล์ วอล์คเกอร์

กองกลาง :
– จู๊ด เบลลิงแฮม
– จอร์แดน เฮนเดอร์สัน
– เมสัน เมาท์
– แคลวิน ฟิลลิปส์
– ดีแคลน ไรซ์

กองหน้า :
– โดมินิก คัลเวิร์ต-ลูวิน
– ฟิล โฟเด้น
– แจ็ค กรีลิช
– แฮร์รี่ เคน
– มาร์คัส แรชฟอร์ด
– บูคาโย่ ซาก้า
– เจดอน ซานโช่
– ราฮีม สเตอร์ลิง

บันทึกฉบับร่างอัตโนมัติ

ทุกๆครั้งสำหรับการชิงชัยฟุตบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป นอกเหนือจากตำแหน่งแชมเปี้ยนแล้ว “ดาวซัลโวสูงสุด” ก็เป็นอีกหนึ่งรางวัลที่แฟนบอลคนจำนวนไม่น้อยให้ความสนใจสูงที่สุดhttps://www.producthunt.com/@lovepoker168

โดยในศึกยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มต้นนี้ จำต้องกล่าวว่ามีซูเปอร์สตาร์หลายรายที่มีโอกาสครอบครองรางวัลที่เกียรตินี้ไปครอง วันนี้เราจึงต้องการพาคนอ่านทุกท่านทดลองไปดูกันว่าในแต่ละกรุ๊ปพอจะมีผู้ใดกันที่เข้าตากันบ้าง

กรุ๊ป A


อิตาลี : หัวหอกอย่าง ชิโร อิมโมบิเล ของลาสิโอดูจะมีโอกาสอยู่พอเหมาะพอควร เหมือนกันกับ ลอเรนโซ อินสิเญ ศูนย์หน้าจากทุ่งนาโปลีที่ยิงถล่มทลายในฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
สวิตเซอร์แลนด์ : ปีนี้มีดาวยิงอย่าง ฮาริส เซเฟโรวิช ที่ยิงไปถึง 26 ประตูให้กับเบนฟิกาเป็นตัวความปรารถนา แต่ว่าก็อย่าลืมว่า เชอร์ดาน ชากิรี ของหงส์แดงเองก็ชอบทำก้าวหน้าสำหรับการรับใช้ชาติเช่นกัน
ประเทศตุรกี : อาจจำต้องจับตาไปที่ 2 หัวหอกจากลีลล์ กลุ่มแชมป์ลีกสูงสุดของฝรั่งเศสฤดูกาลปัจจุบันอย่าง ยูซุฟ ยาสิซี ที่ทำไป 14 ประตูแล้วก็ บูรัค ยิลมาซ ศูนย์หน้าตัวเก๋าวัย 35 ปีที่ยิงไป 18 ลูกตลอดฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
เวลส์ : คงเป็นผู้ใดกันไปไม่ได้นอกเหนือจากความปรารถนาอันสูงสุดของประเทศอย่าง เอ็งเร็ธ เบล ที่ฟอร์มดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นมาบางส่วน ภายหลังท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แยกทางกับ โชเซ มูรินโญ เมื่อต้นปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

กรุ๊ป B


เบลเยียม : ปีนี้อาจจำต้องเฝ้ามองไปที่ โรเมลู ลูกากู ที่ระเบิดฟอร์มเก่งกับอินเตอร์ มิลาน เป็นขั้นตอนแรก แต่ว่าก็ยังมีรายอื่นที่มีลุ้นอย่าง ดรีส์ เมอร์เทน หรือแม้แต่ คริสเตียน เบนเตเก ที่ฟอร์มดีกับคริสตัล พาเลซ ในปีนี้
เดนมาร์ก : จำต้องกล่าวว่าปีนี้ดูเหมือนจะไม่มีสตาร์ที่ฟอร์มเปรี้ยงปร้างเด่น แต่ว่าสำหรับสองหัวหอกอย่าง ยุสซุฟ โพลเซน จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์ แล้วก็ ติดอยู่สเปอร์ ดอลเบิร์ก จากนีซ ก็พอจะเป็นตัวความปรารถนาสำหรับการถล่มประตูได้อยู่บ้าง หรือไม่แน่ คริสเตียน เอริกเซน ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่มบางครั้งก็อาจจะคืนฟอร์มเก่งแบกกลุ่มในยูโรครั้งนี้ก็เป็นไปได้
ประเทศฟินแลนด์ : น่าเฝ้ามอง 2 หัวหอกจาก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่พาทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในลีกสูงสุดฤดูกาลหน้าอย่าง ตีมู ปุกกี ที่ยิงให้นอริช สิตี้ ไปถึง 26 ประตู แล้วก็ มาร์คัส ฟอร์สส์ ที่ซัดไป 10 ประตูพาเบรนต์ฟอร์ดขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกได้เสร็จ
รัสเซีย : ยังคงจำต้องหวังพึ่งหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อาร์เต็ม ซูบา ที่ยิงให้เซนิตฯ ไป 22 ประตูในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม พอจะมีหน้าใหม่อย่าง อเล็กซานเดร โซโบเลฟ ที่ทำผลงานก้าวหน้ากับสปาร์ตัก มอสโก รวมถึง 2 เพลย์เมกเกอร์อย่าง อเล็ก มิรันชุค จากอตาลันตา แล้วก็ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ของโมนาโก ที่จะละสายตาไปไม่ได้เช่นกัน

กรุ๊ป C


เนเธอร์แลนด์ : ปีนี้จำต้องกล่าวว่า ฮอลแลนด์ มีดาวยิงฝีเท้าดีเยี่ยมมายทั้ง เมมฟิส เดขว้างย ตัวความปรารถนาลำดับที่หนึ่ง, ดอนเยลล์ มาเลน หัวหอกจากพีเอสวีฯ, สตีเฟน เบิร์กฮุยส์ กองหน้าจากเฟเยนูร์ด แล้วก็ วูท เวกฮอร์สต์ ศูนย์หน้าจากโอ้อวดล์ฟสบวร์ก
ออสเตรีย : ตัวความปรารถนาในแดนหน้าปีนี้คงเป็น ซาซา ติดอยู่ลาจ์ดสิช หัวหอกเนื้อหอมจากสตุตการ์ทที่ยิงไปถึง 17 ประตูในฤดูกาลก่อน รวมถึงมีตัวรุกอย่าง คริสตอฟ บวมการ์ทเนอร์ แล้วก็ มาร์แซล ซาบิตเซอร์ ที่สามารถฟากผีฝากไข้เอาไว้ได้ในยูโรครั้งนี้
ยูเครน : กลุ่มของ “เชว่า” ปีนี้มี 3 ผสานที่น่าสยองอย่าง โรมัน ยาเรมชุค ศูนย์หน้าจากเกนท์ที่ยิงไปถึง 23 ประตูในลีกเบลเยียม, รัสลาน มาลินอฟสกี ตัวรุกจากอตาลันตา แล้วก็ที่จำเป็นมากเลยเป็น วิคตอร์ ทซีกานคอฟ สตาร์เนื้อหอมจากดินาโม เคียฟ นั่นเอง
มาสิโดเนียเหนือ : กลุ่มเล็กๆนอกสายตากลุ่มนี้มีหัวหอกตัวเก๋าที่เลื่องลือในกัลโช เซเรีย อา อย่าง โกรัน ปานเดฟ ที่ถึงแม้ปัจจุบันนี้ในวัย 37 ปี แต่ว่าก็ยังคงค้าลำแข้งในระดับท็อปกับเจนัว แถมยังทำประตูได้อย่างสม่ำเสมออีกต่างหาก

กรุ๊ป D


อังกฤษ : แน่นอนว่าศูนย์หน้าลำดับที่หนึ่งอาจจำต้องฝากความปรารถนาไว้ที่ แฮร์รี เคน ก่อนเพื่อน แล้วก็มาลุ้นกับฟอร์มเหล่าบรรดาตัวรุกอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช, ราฮีม สเตอร์ลิง รวมถึง แจ็ค กรีลิช หรือแม้แต่หัวหอกอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน เองก็พอจะมีลุ้นอยู่บ้างเหมือนกันหากสามารถชนะใจ เอ็งเร็ธ เซาธ์เกต แล้วก็ยึดตำแหน่งตัวจริงมาครองได้
โครเอเชีย : รองแชมป์โลกหนปัจจุบันยังคงใช้หัวหอกหน้าเก่าๆหลายรายในกลุ่มชุดนี้ นำโดย อังเดร ครามาริช จากฮอฟเฟนไฮม์, อันเต เรบิช ตัวรุกจากเอซี มิลาน แล้วก็ นิโกลา วลาสิช จากซีเอสเคเอ มอสโก เป็นตัวความปรารถนาในศึกยูโรปีนี้
สกอตแลนด์ : สมาชิกใหม่หน้าเก่านำกองทัพโดย เช อดัมส์ กองหน้าจากเซาธ์หมูแฮมป์ตันเป็นตัวชูโรง
สาธารณรัฐเช็ก : 2 ตัวรุกที่น่าจับตาในปีนี้เป็น แพทริก ชิก จากเลเวอร์คูเซน แล้วก็ดาวรุ่งมาแรงอย่าง อดัมส์ ฮาโลเซค ของสปาร์ตา ปราก ที่กลายเป็นข่าวกับกลุ่มยักษ์ใหญ่หลายทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

กรุ๊ป E


ประเทศสเปน : กองทัพวัวกระทิงดุมีหัวหอกตัวเป้าอยู่ 2 คนในกลุ่มชุดนี้เป็น อัลบาโร โมราตา จากยูเวนตุส แล้วก็ หนวดเคราร์ด โมเรโน ศูนย์หน้าจากบียาร์เรอัล แชมป์ยูโรปา ลีก กลุ่มปัจจุบัน ที่เหลือจะเป็นตัวรุกเสียส่วนใหญ่ ที่พอจะเป็นได้ก็อาทิเช่น เฟร์รัน ตอร์เรส จากแมนฯ ซิตี้, มิเกล โอยาร์ซาบัล จากเรอัล โซเซียดาด, เปดรี จากบาร์เซโลนา แล้วก็ ดานี โอลโม จากแอร์เบ ไลป์ซิกข์
ประเทศโปแลนด์ : จะเป็นผู้ใดกันไปไม่ได้นอกเสียจากหัวหอกระดับเทวดาอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ศูนย์หน้าสูงสุดประจำกลุ่ม รวมถึง อาร์คาดิอุสซ์ มิลิก จากโอลิมปิก มาร์กเซย
สวีเดน : ถึงแม้ในปีนี้จะไม่มีหัวหอกตัวแบกอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มาด้วย แต่ว่าพวกเขามีดาวรุ่งเลือดใหม่ที่น่าดึงดูดอย่าง อเล็กซานเดอร์ อิซัก ศูนย์หน้าจากเรอัล โซเซียดาด แล้วก็ จอร์แดน ลาร์สสัน จาก สปาร์ตัก มอสโก รวมถึงมีตัวรุกมีชื่อเสียงทั้ง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ของแอร์เบ ไลป์ซิกข์ แล้วก็ เดยัน คูลูเซฟสกี ของยูเวนตุสเป็นอย่างยิ่งหลักอีกด้วย
สโลวาเกีย : เป็นชุดถ่ายเลือดใหม่ดูเหมือนจะทั้งหมดโดยมีตัวความปรารถนาในแดนหน้าเป็น อิวาน ชรานซ์ จากยาโบลเนช แล้วก็ ออนเดรจ์ ดูดา จากเอฟซี วัวโลญจน์

กรุ๊ป F


ฝรั่งเศส : 2 ตัวความปรารถนาอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์ ที่มีดีกรีเป็นถึงดาวซัลโวครั้งกระโน้น แล้วก็แน่นอน คิเลียน เอ็มบัปเป ยอดกองหน้าจากปารีส แซงต์-แชร์กแมง อย่างไรก็ตาม พวกเขายังมี ติดอยู่ขอบ เบนเซมา แล้วก็ วิสเซม เบน เยดแดร์ ที่มีโอกาสถล่มประตูในศึกยูโรครั้งนี้ได้เช่นกัน
เยอรมนี : บรรดาตัวรุกของกองทัพอินทรีเหล็กในปีนี้จัดว่าเปลี่ยนไปพอเหมาะพอควรโดยมี ทิโม แวร์เนอร์ แล้วก็ เควิน โฟลลันด์ เป็นโอกาสในตำแหน่งเลขลำดับ 9 ส่วนตัวรุกผู้อื่นที่น่าดึงดูดก็มี โธมัส มุลเลอร์, แซร์จ กนาบรี, ลีรอย ซาเน 3 ลำแข้งจากบาเยิร์น มิวนิค แล้วก็ ไค ฮาแวร์ตซ์ ที่เริ่มฉายแววกับเชลซีได้ในตอนหลัง
ประเทศโปรตุเกส : แน่นอนคนที่มีลุ้นสูงที่สุดก็คือ คริสเตียโน โรนัลโด ศูนย์หน้าสูงสุดในรายการนี้ รวมถึง อังเดร สิลวา กองหน้าฟอร์มแรงจากแฟรงค์เฟิร์ต, ดิโอโก โชต้า จากหงส์แดง รวมถึงสมาชิกใหม่ไฟแรงจากสปอร์ติง ลิสบอน อย่าง เปโดร กอนซัลเวส ก็น่าติดตามไม่น้อยเช่นกัน
ฮังการี : นำโดยหัวหอกตัวเก๋าอย่าง อดัม ซาไล เป็นตัวความปรารถนากับกองหน้ารุ่นน้องอย่าง โรแลนด์ ซัลไล ที่คงจะมีผลงานช่วยกลุ่มได้บ้างในศึกยูโร 2020 นี้

ทีมชาติสเปน : ข้อมูลทีม, รายชื่อนักเตะ ,โค้ช

ทีมชาติสเปน sexy gaming

โค้ช :
– หลุยส์ เอ็นริเก

ผู้รักษาประตู :
– อูไน ซิมง
– ดาบิด เด เคอา
– โรเบิร์ต ซานเชซ

กองหลัง :
– โฆเซ กายา
– ฆอร์ดี อัลบา
– เปา ตอร์เรส
– อายเมริค ลาปอร์กต์
– เอริค การ์เซีย
– ดิเอโก ยอเรนเต
– เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า

กองกลาง :
– มาร์กอส ยอเรนเต
– เซร์คิโอ บุสเก็ตส์
– โรดรี
– ติอาโก อัลคันทารา
– เปดรี
– โกเก
– ฟาเบียน รุยซ์

กองหน้า :
– ดานี โอลโม
– มิเกล โอยาร์ซาบัล
– เคราร์ด โมเรโน
– อัลบาโร โมราตา
– เฟร์ราน ตอร์เรส
– อดามา ตราโอเร
– ปาโบล ซาราเบีย

ไทย VS อินโดนีเซีย : คัดเลือกฟุตบอลโลก 2022, เทียบเคียงสถิติ, ถ่ายทอดสด

นับว่าเป็นเกมสำคัญที่แฟนคลับคนประเทศไทย ตั้งตารอคอยสำหรับ ศึกบอลโลก 2022 รอบเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่ม จี ระหว่าง ทีมชาติไทย ที่จะต้องเจอกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ที่สนาม อัล มัคตูม สเตเดี้ยม, ยูเออี ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน นี้ sexy gaming

โดยจากสถิติการเจอกันของทั้งสองทีมก่อนหน้านี้ 78 ครั้ง ปรากฎว่า “กองทัพช้างศึก” เหนือกว่าเป็นข้างกำชัยได้ถึง 39 ครั้ง ในขณะที่ อินโดนีเซีย ชนะ 26 ครั้ง แล้วก็เท่ากันไป 14 ครั้ง

ยิ่งกว่านั้นการเจอกันในช่วง 5 นัดหลังสุดนั้น ทีมชาติไทย ก็ยังเหนือกว่าโดยเก็บชัยไปได้ถึง 4 นัด แล้วก็แพ้เพียงแต่ครั้งเดียวสำหรับในการบุกไปเยือน โดยสามเกมหลังสุดเป็นข้างกำชัยไว้ได้หมด ยิงไปได้ถึง 9 ประตู แล้วก็เสียเพียงแต่ 2 ประตูสำหรับในการพบกัน
สถิติการเจอกัน 5 นัดหลังสุดในทุกรายการ
10 เดือนกันยายน 2562 : อินโดนีเซีย 0-3 ไทย (คัดเลือกบอลโลก)
17 พฤศจิกายน 2561 : ไทย 4-2 อินโดนีเซีย (เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ)
17 ธันวาคม 2559 : ไทย 2-0 อินโดนีเซีย (เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ)
14 ธันวาคม 2559 : อินโดนีเซีย 2-1 ไทย (เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ)
19 พฤศจิกายน 2559 : ไทย 4-2 อินโดนีเซีย (เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ)

สถานการณ์ปัจจุบันของ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ในศึกบอลโลก 2022 รอบเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่ม จี อยู่อันดับที่ 3 ด้วยการมี 8 คะแนน จากการลงไปในสนาม 5 นัด ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1 นัด ยิงได้ 6 เสีย 3 ผลต่างประตูได้เสีย +3 ส่วน อินโดนีเซีย อยู่อันดับในที่สุดของกลุ่ม จากผลงานแพ้รวดทั้งยัง 5 นัด ยิงได้เพียงแค่ 3 เสียถึง 16 ประตู ผลต่างประตูได้เสีย -13

สำหรับ ทีมชาติไทย จะลงไปในสนามเจอกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย ในศึกบอลโลก 2022 รอบเลือก โซนเอเชีย รอบสอง กลุ่มจี ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายนนี้ ที่สนาม อัล มัคตูม เวลา 23.45 น. ตามเวลาไทย